สายด่วนบริการ
หวัง เสี่ยวเฟิง แห่ง Kinghelmรสชาติแห่งปีใหม่ในเมืองหม่าหมิง
รายละเอียดผู้เขียน
ชื่อ : หวัง เสี่ยวเฟิง
ตำแหน่ง: ผู้ช่วยฝ่ายการเงิน Kinghelm อิเล็กทรอนิกส์
ภูมิลำเนา: เมืองหม่าหมิง มณฑลกวางตุ้ง
แรงบันดาลใจ: จงยึดมั่นในความหวังในหัวใจและดวงตาที่เปี่ยมด้วยดวงดาว จงแสวงหาแสงสว่าง พบกับแสงสว่าง และก้าวเดินต่อไปในรัศมีแห่งแสงนั้น
หวัง เสี่ยวเฟิง ผู้ช่วยทางการเงินของ Kinghelm อิเล็กทรอนิกส์
ในเมืองหม่าหมิง มณฑลกวางตุ้ง เทศกาลตรุษจีนไม่ได้เป็นเพียงแค่การเฉลิมฉลองวันเดียว แต่เป็นเทศกาลที่ยาวนานตั้งแต่สิ้นปีหนึ่งไปจนถึงต้นปีใหม่ เต็มไปด้วยพิธีกรรมและประเพณี ทุกประเพณีและทุกรายละเอียดล้วนสะท้อนถึงความรักในชีวิตของชาวหม่าหมิง คำอวยพรให้แก่ครอบครัว และความหวังอันจริงใจสำหรับปีที่จะมาถึง
จากบ้านเรือนที่สว่างไสวและขนมหอมกรุ่นในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไปจนถึงดอกไม้ไฟและขนมลูกพีชที่เป็นสัญลักษณ์แห่งความยืนยาวในวันแรกของปีใหม่ และพิธีกรรมการทำความสะอาดบ้านในวันที่สาม จิตวิญญาณแห่งปีใหม่ในบ้านเกิดของฉันดำรงอยู่ในความอบอุ่นของทุกวัน มันถูกห่อหุ้มด้วยกลิ่นหอมของใบไผ่ ผสมผสานอยู่ในขนมข้าว และห่อหุ้มด้วยใบผักกาดสด—ถักทออยู่ในสายเลือดของเรา อบอุ่นและยั่งยืน
รสชาติแห่งปีใหม่ของหม่าหมิงเริ่มต้นที่ห้องครัว
เมื่อถึงกลางเดือนธันวาคมตามปฏิทินจันทรคติ บรรยากาศแห่งความรื่นเริงในเมืองหม่าหมิงก็เริ่มขึ้นอย่างเงียบๆ ในครัวที่วุ่นวายของทุกครัวเรือน ครอบครัวต่างๆ เริ่มเตรียมขนมตามประเพณีสำหรับเทศกาล และการทำจงจือ (ขนมข้าวเหนียวห่อใบตอง) ก็เป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่สุด
จงจี้สไตล์หม่าหมิงนั้นอัดแน่นไปด้วยส่วนผสมและรสชาติเข้มข้น ข้าวเหนียวจะถูกแช่จนนุ่มและเหนียว จากนั้นจึงนำมาเรียงเป็นชั้นๆ กับหมูสามชั้น ถั่วเขียวปอกเปลือก และถั่วลิสงหอมๆ ทุกอย่างถูกห่ออย่างประณีตด้วยใบไผ่ขนาดใหญ่และมัดให้แน่นด้วยเชือก จากนั้นจึงนำจงจี้ไปต้มในหม้อน้ำใหญ่เป็นเวลาหลายชั่วโมง ปล่อยให้กลิ่นหอมของใบไผ่ผสมผสานกับกลิ่นหอมของข้าวและเนื้อสัตว์ ในไม่ช้า กลิ่นหอมชวนรับประทานก็จะอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ
เมื่อสุกแล้ว ก็จะแกะเชือกออก และใบไผ่ก็จะคลี่ออก เผยให้เห็นข้าวสวยมันวาวและไส้ที่อร่อยกลมกล่อม เพียงกัดคำเดียวก็จะสัมผัสได้ถึงความนุ่มและรสชาติที่ลงตัว ทั้งเค็ม หอม และอิ่มเอมใจ สำหรับชาวเมืองหม่าหมิง รสชาตินี้คือรากฐานของความทรงจำในวันปีใหม่ มากกว่าแค่เพียงอาหารในเทศกาล มันยังเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีในครอบครัวและความเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย
อีกหนึ่งขนมสำคัญในช่วงปีใหม่คือ โชวเถาเคอ (ขนมลูกพีชแห่งความยืนยาว) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพรและความโชคดี สมาชิกในครอบครัวจะมารวมตัวกันเพื่อนวดแป้ง ปั้นแผ่นแป้ง และใส่ไส้ด้วยถั่วลิสง ถั่วเขียว และเนื้อหมู จากนั้นใช้แม่พิมพ์ไม้พิเศษกดแป้งให้เป็นรูปลูกพีชที่มีลวดลายสวยงาม
หลังจากนึ่งเสร็จแล้ว จะเติมสีผสมอาหารสีแดงลงไปเล็กน้อย ขนมจะนุ่ม ขาว หอม และมีรสหวานเล็กน้อย ผู้ใหญ่มักกล่าวว่า การกินโชวเถาเคอจะนำมาซึ่งสุขภาพที่ดี อายุยืนยาว และพรมากมายในปีที่จะมาถึง เด็กๆ ต่างพากันมาล้อมรอบเตาอย่างกระตือรือร้น รอคอยขนมที่นึ่งเสร็จใหม่ๆ และกัดคำแรกขณะที่ยังอุ่นอยู่ ความหวานละลายในปาก สร้างความทรงจำที่บริสุทธิ์ที่สุดในวัยเด็ก
อีกหนึ่งประเพณีสนุกๆ คือ “ผักกาดห่อ” ในภาษาจีน ผักกาดออกเสียงคล้ายกับ “ความมั่งคั่งที่งอกงาม” และการห่อก็เป็นสัญลักษณ์ของ “การห่อโชคลาภ” นำใบผักกาดสดมาล้างและลวกเบาๆ จากนั้นใส่ถั่วลิสงผัด หัวไชเท้าขูด หมู และส่วนผสมอื่นๆ ห่อด้วยแป้ง หลังจากนึ่งประมาณยี่สิบนาที ก็จะได้อาหารว่างแสนอร่อยที่ความกรอบสดชื่นของผักกาดช่วยเสริมรสชาติของไส้ที่เข้มข้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะและการสนทนา ทุกคนต่างแบ่งปันความหวังในความเจริญรุ่งเรืองและโชคลาภที่จะมาถึงในปีหน้า
งานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี: ปีแห่งความอุดมสมบูรณ์
คืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เป็นคืนที่สำคัญและอบอุ่นหัวใจที่สุดของปีในเมืองหม่าหมิง สมาชิกในครอบครัวที่ทำงานอยู่ไกลจะเดินทางกลับบ้าน ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็ตาม เพื่อมารวมตัวกันรอบโต๊ะอาหารในงานเลี้ยงสังสรรค์
มีธรรมเนียมที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน คือ อาหารต้องมีมากมาย และต้องตั้งใจเหลืออาหารบางส่วนไว้ข้ามคืน นี่ไม่ใช่การสิ้นเปลือง แต่เป็นสัญลักษณ์ของ “ความอุดมสมบูรณ์ปีแล้วปีเล่า” ผู้ใหญ่หลายคนมักกล่าวว่า การเหลืออาหารไว้ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หมายถึงยุ้งฉางที่เต็มเปี่ยม ความมั่งคั่งที่เพียงพอ และชีวิตที่สุขสบายและเจริญรุ่งเรืองในปีที่จะมาถึง
อีกหนึ่งประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานคือ การเปิดไฟในบ้านตลอดทั้งคืน ตั้งแต่คืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่จนถึงช่วงดึกของวันที่สองของปีใหม่ ห้องนั่งเล่น ห้องโถง และห้องนอนจะสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ความอบอุ่นของแสงจะขับไล่ความมืดมิดอันหนาวเย็น และเป็นสัญลักษณ์ของอนาคตที่สดใส โชคลาภ และการปกป้องจากความโชคร้าย
ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ครอบครัวต่างๆ จะเตรียมเครื่องบูชา เช่น ไก่ ปลา และหมูสามชั้น ไปถวายวัด เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพรต่างๆ ที่ได้รับตลอดทั้งปี และขอพรให้ครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย และมีความสุข ความศรัทธาอันเรียบง่ายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพในชีวิตและความหวังในอนาคตของชาวหม่าหมิง
Kinghelm และงานศิลปะโทเทมองค์กร SLKOR
ในเช้าวันแรกของปีใหม่ เทศกาลจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการด้วยเสียงประทัด ตามประเพณีแล้ว สิ่งแรกที่ผู้คนทำเมื่อเปิดประตูบ้านคือการจุดประทัด เสียงประทัดดังสนั่นจะทำให้ควันฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ เป็นสัญลักษณ์ของการขับไล่ปัญหาของปีที่ผ่านมาและต้อนรับโชคลาภอันดีงามของปีใหม่
หลังจากจุดพลุและดอกไม้ไฟเสร็จแล้ว ครอบครัวต่างๆ จะประกอบพิธีกรรมบูชาบรรพบุรุษ มีการจัดเตรียมเครื่องบูชา จุดธูป และสมาชิกในครอบครัวจะโค้งคำนับตามลำดับเพื่อแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษและอธิษฐานขอความเจริญรุ่งเรืองและความสามัคคีให้แก่ครอบครัว นี่เป็นการระลึกถึงรากเหง้าและเป็นการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมไปพร้อมๆ กัน
หลังจากพิธีเสร็จสิ้น การไปเยี่ยมญาติก็เริ่มต้นขึ้น ในครอบครัวของฉัน เรามักจะไปเยี่ยมปู่ย่าตายายในวันแรกของปีใหม่ โดยสวมเสื้อผ้าใหม่และนำของขวัญที่เตรียมมาอย่างดี โดยเฉพาะขนมจงจี้และขนมโชวเถาเค่อที่ทำเอง ไปด้วย เพื่อนำไปอวยพรและให้พร
เพียงแค่คำอวยพรง่ายๆ อย่าง “สวัสดีปีใหม่” หรือ “ขอให้สุขภาพแข็งแรง” ก็สื่อถึงความรักความห่วงใยได้อย่างลึกซึ้ง ผู้ใหญ่จะมอบซองแดงให้ด้วยความยินดี และบรรยากาศแห่งความสุขก็จะยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นด้วยความอบอุ่นจากสายสัมพันธ์ในครอบครัวและกลิ่นหอมของอาหารพื้นเมือง
งานศิลปะแกะสลักงาช้าง: ความเป็นมงคลและพร — จาก Kinghelm และสำนักงานใหญ่ SLKOR
วันที่สองของปีใหม่เป็นวันที่ญาติและเพื่อนฝูงมาเยี่ยมบ้าน บ้านที่ปกติเงียบสงบกลับมีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ในครัว เสียงทำอาหารดังไปทั่วขณะที่สมาชิกในครอบครัวเตรียมอาหารพื้นเมืองรสเลิศมากมาย
เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ทุกคนก็มารวมตัวกันรอบโต๊ะ ยกแก้วขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง เล่าเรื่องราวในปีที่ผ่านมา ทั้งความสำเร็จ ช่วงเวลาสนุกสนาน และความหวังสำหรับอนาคต เสียงหัวเราะ การสนทนา และเสียงแก้วกระทบกันผสมผสานกันเป็นภาพแห่งความสุข นี่คือรูปแบบการรวมตัวกันที่แท้จริงที่สุดและเป็นภาพที่น่าประทับใจที่สุดของการฉลองปีใหม่
ในเมืองหม่าหมิง สองวันแรกของปีใหม่มีกฎสำคัญข้อหนึ่งคือ ห้ามทำความสะอาดใดๆ ผู้ใหญ่เชื่อว่านี่เป็นช่วงเวลาที่โชคลาภจะมารวมกัน และการกวาดพื้นอาจกวาดเอาความมั่งคั่งและพรต่างๆ ไปด้วย แม้จะมีเศษฝุ่นหรือสิ่งสกปรกเล็กๆ น้อยๆ บนพื้น ก็จะถูกปล่อยทิ้งไว้จนถึงวันที่สาม
ในวันที่สามของปีใหม่ จะมีประเพณีที่เรียกว่า “การกวาดล้างโชคร้าย” ในช่วงเช้าตรู่ ครอบครัวต่างๆ จะทำความสะอาดบ้านอย่างทั่วถึง ตั้งแต่ซอกมุมและทางเข้าประตู ไปจนถึงลานบ้าน กำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรกที่สะสมมาตลอดหลายวัน ทุกอย่างจะถูกกวาดออกจากบ้านไปพร้อมกัน
หลังจากทำความสะอาดบ้านเสร็จ สมาชิกในครอบครัวก็พักผ่อน เตรียมอาหารว่างง่ายๆ หรืออุ่นขนมโชเตาเค่อที่เหลือ แล้วรับประทานคู่กับชาอุ่นๆ สักถ้วย ในบ้านที่สะอาดเอี่ยม พวกเขาได้ดื่มด่ำกับช่วงเวลาแห่งความสงบสุข นี่ไม่ใช่แค่การทำงานบ้านธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของการบอกลาความยากลำบากและความโชคร้ายของปีเก่า และต้อนรับความเจริญรุ่งเรืองและโชคลาภในปีใหม่
Kinghelm & SLKOR เตรียมชารสเลิศไว้บริการ—เรารอคอยการมาเยือนของคุณ!
จากอาหารเหลือที่ symbolizing ความอุดมสมบูรณ์ในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ไปจนถึงแสงไฟที่เปิดสว่างตลอดทั้งคืน จากดอกไม้ไฟและการบูชาบรรพบุรุษในวันแรก ไปจนถึงการไปเยี่ยมญาติและต้อนรับแขก จากการทำจงจี้ โชวเถาเค่อ และผักกาดห่อในสัปดาห์ก่อนเทศกาล ไปจนถึงงานเลี้ยงสังสรรค์ครั้งใหญ่ ประเพณีปีใหม่ของหม่าหมิงนั้นเรียบง่ายแต่มีความหมาย ถ่อมตนแต่เปี่ยมด้วยความรัก
อาจไม่มีพิธีการหรูหราอลังการ แต่ความอบอุ่นของชีวิตประจำวันอบอวลอยู่ทุกช่วงเวลา ประเพณีและอาหารเหล่านี้สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน สะท้อนถึงความทรงจำในบ้านเกิดที่ฝังแน่นอยู่ในใจชาวเมืองหม่าหมิงทุกคน พวกมันแสดงถึงความสุขของครอบครัวที่นั่งอยู่ด้วยกันใต้แสงไฟอบอุ่น และความหวังอันยั่งยืนสำหรับสภาพอากาศที่ดี ความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นอยู่ที่ดีในปีที่จะมาถึง
ปีแล้วปีเล่า ควันแห่งการเฉลิมฉลองยังคงอบอวล และกลิ่นอายของปีใหม่ไม่เคยจางหายไป ความรู้สึกพิเศษของพิธีกรรมในเมืองหม่าหมิงนี้ ช่วยปลอบประโลมจิตใจของผู้ที่อยู่ห่างไกล และทำให้เทศกาลฤดูใบไม้ผลิทุกครั้งเปี่ยมไปด้วยรสชาติ อารมณ์ และความหมาย




